aeyyeyeyeyeyeye's profileaey_omu's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
aey_omu's spaceNovember 08 รับสั่งซื้อ-หา CD/DVD/VHS/Photobook/Band score หายากจากญี่ปุ่น ตามชื่อหัวข้อเลยค่ะ หลังจากทำธุรกรรมระหว่างประเทศให้พ่อแม่พี่ น้องเพื่อนฝูงทั้งในและนอกวงการ โดยเก็บค่าหัวคิว เอ้ย!! ค่าคอมมิชชันอย่างไม่เป็นทางการมานาน ถึงเวลาแล้วที่ร้านค้าเล็กๆของเราจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อเดินหน้าหา เงินดูคอนx ขอประกาศว่า "เรา เป็น นายหน้า แต่ไม่หน้าเลือดนะจ๊ะ (บอกกันอย่างนี้เลย 555)" รับ สั่งซื้อสินค้าทุกประเภทที่เป็น j-rock (แต่จริงๆบางทีก็มีคนสั่ง SJ กะแผ่น anime) เฉพาะของแท้ ที่เป็นลิขสิทธิ์ถูกต้องจากประเทศต่างๆ (cd บางแผ่นมันออก limited edition ในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน) เริ่มจากระบุสินค้าที่ต้องการ หลังจากนั้นเราจะตามหาให้ค่ะ พร้อมเสนอราคากลับไป หากไม่เอาก็ไม่เป็นไรค่ะ (แต่อย่าแกล้งเรานะ T^T) อย่างไรก็ตามขออธิบายบริการของเราให้เข้าใจ วิธี การค้นหาสินค้าของเรา มีตั้งแต่สั่งจากเว็บไซต์บนเนทตามปกติซึ่งเป็นวิธีที่ทุกคนเข้าถึงได้ (หากใครที่ซื้อของผ่านเนทจน"เป็น"แล้ว ท่านคงไม่ใช่กลุ่มเป้ัาหมายเรา 555) สั่งจากร้านค้าปลีกที่ยอมขายข้ามประเทศ จนถึงวิธีสุดท้ายคือ เราจะส่งสายของเราที่มีอยุ่ตามประเทศต่างๆไปตามหา (โห เว่อร์มาก) ซึ่งราคาค่าไถ่ตัวสินค้าก็จะสูงต่ำแตกต่างกันไปตามความยากง่าย พูด ง่ายๆว่า วิธีของเราไม่มีอะไรแปลกพิศดาร เป็นวิธีที่ทุกคนaccessได้ เพียงแค่เราโดนใช้ให้ช่วยสั่งให้บ่อยๆจนชำนาญก็เท่านั้นค่ะ หากใครที่เชี่ยวชาญอยุ่แล้ว และคิดว่า อืม แผ่นนี้เราคงพอหาเองได้ เราก็คงไม่มีประโยชน์ค่ะ แต่หากใครที่นานๆจะซื้อของผ่านเนทที และคิดว่าการเอาบัตรเครดิตตัวเองไปแปะไว้แบบนั้นมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ สู้เสียเงินให้นังจขกทนิดหน่อยๆดีกว่า เราคงเป็นประโยชน์ได้บ้าง วิธี การจ่ายเงินนั้น : จ่ายก่อนค่ะ แต่จะแบ่งจ่าย หรือ จ่ายทีเดียว หรือ จ่ายสิ้นเดือน อันนี้คงต้องคุยกันอีกทีเพราะขึ้นกะวิธีหาแผ่นและค่าเงินตอนนั้นด้วย สามารถ e-mail หาเรา หรือ โพสท์ไว้ในเว็บนี้ก็ได้ (ไม่อยากโพสท์เบอร์ในนี้ง่ะ) aey_omu@hotmail.com July 28 มันเริ่มระหว่างสอบ!!!นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขียนentryนี้ ครั้งแรกข้อมูลหายไปไหนไม่รุ้ เซ็งงงง
มาเริ่มกันเลยดีกว่า
ระหว่างที่พวกเราอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบกันอยู่นั้น เรามักจะหลุดลอยไปกับเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ตรงหน้าได้ง่ายกว่าปกติ - -
หลายๆครั้งที่เรานึกถึงของกิน นึกถึงเรื่องที่อยากทำหลังสอบเสร็จ และที่ออกจะบ่อยที่สุดคือ หลังสอบเราจะตั้งใจเรียน!!!! 55555555 แต่ทว่า ในการสอบที่ผ่านมา สิ่งที่เราคิดถึงกลับแปลกออกไป
คืดถึงความรักในวัยเยาว์ อ่ะ ม่ายช่ายย
เราคิดถึงความล้มเหลว...
อะไรมันจะหดหู่ขนาดนั้นเนี่ย
ความจริงเราทุกคนต้องเคยล้มเหลวมาก่อน ก่อนที่จะได้พบกับความสำเร็จ ความล้มเหลวจึงเรียกได้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า ที่ช่วยสอนอะไรมากมายให้แก่เรา ในบางครั้ง ความล้มเหลวบางอย่าง หากเราย้อนเวลากลับไปได้ เราก็ไม่คิดจะเปลี่ยนมัน เพราะความสำเร็จอาจสอนอะไรให้เราได้น้อยกว่าความล้มเหลว แต่บางที เราคงมีความล้มเหลวของอะไรสักอย่าง 2 อย่าง ที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากแก้ให้มันเข้าที่เข้าทาง
......................
ตอนม.5 คอนนั้นเราก็ยังเป็นเด็กม.ปลายน่ารักสดใส 5555
ตอนนั้นเราเป็นกรรมการนักเรียน เพื่อนๆคงยังจำกันได้ใช่ไหมT^T เรื่องความล้มเหลวของเรามันก็มาจากตรงนี้แหละ ในหมู่คนที่เป็น ก.น. ด้วยกันนั้น ถึงตอนนี้เราพูดได้เลยว่า ทุกๆคนนั้นเก่งมากๆ
เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง มีความสามารถ และความเป็นเป็นผู้นำกันทุกคน เรานับถือทุกคนมากๆจริงๆ จนถึงทุกวันนี้ การได้เป็นเพื่อนกับพวกแกทำให้เราได้ซึมซับอะไรหลายๆอย่าง และได้นำมันมาพัฒนาตนเอง ขอบคุณมาก อ่ะ...นอกเรื่อง ต่อๆ เมื่อเทียบกับทุกคนแล้ว เราถือว่า ยังใช้ไม่ค่อยได้นัก ในเวลานั้นเรายังขาดอะไรหลายอย่างที่จำเป็น การที่ได้มาอยู่ในหมู่คน"เก่ง" ทำให้ความมั่นใจในตัวเองของเราลดลง วันหนึ่ง พี่คนหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้จะปิดบังไปทำไมว่าเป็นพี่แก๊บ ได้มอบหมายหรือก็คือ โยนงาน อย่างหนึ่ง มาให้เรา
นั่นคือ "โครงการหนังสือพิมพ์โรงเรียน" ใครที่อยู่เตรียมฯ รุ่น65-66-67 คงจะเคยเห็น(บ้าง) หนังสือพิมพ์ที่ออกมา 3 ฉบับแล้วหายไป
ไม่รู้ว่าทุกคนจะคิดยังไง มันดีไหม หรือมันแย่มากๆ 555 ถ้าคิดว่ามันแย่มากๆ เราก็ขอรับความผิดนั้นไว้แต่ผู้เดียวละกัน
เอาล่ะ...มันใกล้จะถึงเวลาแห่งความล้มเหลวของเราแล้ว
หลังจากที่เรารับงานนั้นมา พี่แก๊บก็ได้อธิบายระบบการจัดการคร่าวๆให้เราฟัง
อย่างที่บอก เราไม่เคยทำงานใหญ่ขนาดนี้ แล้วเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป จริงๆแล้วคือเราโง่เองล่ะ พี่แก๊บจัดระบบไว้อย่างไร เราก็ทำไปตามนั้นเป๊ะ 100% ความจริงแล้ว เราคิดว่าพี่แก๊บเองคงคิดว่าเราจะเอาไอเดียการวางระบบของพี่เขาไปขยาย วางรายละเอียดให้มากขึ้น ให้ระบบงานมันรัดกุม คงไม่คิดว่า เราจะอ่อนขนาดนั้น T.T เช่นว่า พี่แก๊บแบ่งให้มีฝ่ายข่าว ฝ่ายบทความ ฝ่ายอาร์ตเวิร์ค พอเรารับมาเราก็ควรจะไปขยายว่า เอาล่ะ ฝ่ายข่าวควรแยกย่อยเป็นอะไรอีกบ้าง จะแยกเป็นฝ่ายข่าวจากหมวดวิชาการต่างๆ ฝ่ายข่าวจากชมรม ฝ่ายข่าวจากงานแนะแนว ฯลฯ แต่แต่ละฝ่ายต้องทำอย่างไร ฝ่ายข่าวจากหมวดต่างๆก็คอยไปหาอาจารย์หัวหน้าหมวดนั้น (จริงๆฝ่ายนี้ก็มีเกิดขึ้นนะ แต่ตอนหลังแล้ว) พูดง่ายๆก็คือ ระบบที่พี่เขาวางมาอย่างคร่าวๆ เราก็ทำอย่างคร่าวๆ ไม่ได้คิดจะทำให้มันรัดกุมขึ้นมาเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรก ว่าเราไม่มีความมั่นใจ เรากลัวไปหมด แล้วก็เกรงคนโน้นคนนี้ ดังนั้นพอให้อะไรมา เราก็ทำไปตามนั้น ถ้าหากย้อนกลับไปได้ เราขออนุญาตไม่เกรงใจใคร
ระบบที่พี่แก๊บวางมาให้ ถ้ามันดีเราก็เอา และก็จะทำให้ดีขึ้น ถ้าตรงไหนไม่ดีเราจะแก้ แล้วทำใหม่ให้มันเหมาะสม เพราะคนที่รุ้จักงานนี้มากที่สุดก็คือเรา คนที่จะรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับงานนี้ก็คือเรา แต่ในเวลานั้น เราไม่กล้าแก้ ไม่กล้าแม้แต่จะเพิ่ม เพราะเราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง สรุปว่า ระบบเละ
(อะ พี่แก๊บอย่าเพิ่งน้อยใจนะ หนูว่าที่พี่วางมาแต่แรกมันก็ดี พี่ผิดคือหนูเองที่ไม่รุ้จักเอาไปขยาย) ต่อมา เราไม่เข้าใจว่า หนังสือของเราต้องการอะไร
สิ่งที่หนังสือพิมพ์ต้องการคือข่าว ไม่ใช่บทความ ดังนั้นบทความต้องน้อยกว่าข่าว ข่าวที่หนังสือพิมพ์ของโรงเรียนต้องการ คือข่าวของโรงเรียน บทความที่หนังสือพิมพ์ต้องการ ต้องเกี่ยวกับโรงเรียน ถ้าหากจะมีข่าวหรือบทความจากข้างนอก ก็ควรจะเกี่ยวกับโรงเรียน เราไม่เข้าใจธรรมชาติตรงนี้
เราจึงไม่รุ้ว่าหนังสือพิมพ์ของเราต้องการอะไร ในเมื่อเรายังไม่รู้ คนอื่นที่รุ้จึงต้องทำเป็นไม่รู้เหมือนเรา ตรงนี้เป็นจุดที่เราช้ำใจมากๆ ทั้งๆที่หากเรานั่งคิดตั้งแต่เริ่ม ว่าเราต้องการอะไรกันแน่
มันเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ใช่โจทย์เลขโอลิมปิกที่ยากซับซ้อน เราแค่คิดว่า ถ้าเราเป็นคนอ่าน เราอยากได้อะไร เพียงแค่นั้นเราก็จะรู้แล้วว่าหนังสือพิมพ์ของเราต้องการอะไร แต่เราไม่ได้ทำ เราไม่ได้ทำตั้งแต่แรก สิ่งที่เราทำได้ จึงมีเพียงแต่ ขอโทษ ที่เราเสียใจและผิดหวังมากๆ กับตัวเองอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหาร
staffที่เข้ามาสมัครนั้น เข้ามาเอง เดินเข้ามาหาเราเอง นั่นคือ เค้าเป็นคนที่พร้อมจะเอาใจเข้ามาใส่ เอาใจมาเข้าร่วมกับเรา นั่นคือสิ่งที่คนเป็นheadใฝ่ฝันอยากจะได้ แต่เราไม่เคยรุ้สึกถึง อันนี้เป็นจุดที่ตัวเราขัดแย้งกันเอง เราไม่เคยฟังว่าเขาอยากทำอะไร นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นพวกไม่ฟังความคิดเห็นใครนะ แต่มันร้ายแรงกว่านั้นคือเขาไม่เคยออกความคิดเห็นกับเรา ระดับ severityของความล้มเหลวในการที่ไม่มีใครให้ฟังมันสูงกว่าไม่ฟังใครอีก นั่นบ่งบอกว่าเราเป็นhead ที่แย่แค่ไหน staffที่เข้ามานั้น เขามาด้วยใจอยุ่แล้ว ตามปกติคนที่มาด้วยใจ เขามีความพร้อมที่จะคิดอ่านอะไรที่มีประโยชน์ แต่ที่ไม่มีใครมาบอกเรานั้น อย่างแรก เพราะไฟในการที่เขาจะคิดมันหดหายไป สอง คิดแล้วแต่ไม่อยากหรือไม่กล้าบอก ในการที่เราเป็นประธานนั้น เราต้องซื้อใจstaffที่มาทำงานกะเราให้ได้
แต่เราทำไม่เป็น เราคิดแค่ว่า ต้องไม่ทำให้เขาเสียใจ ดังนั้นเมื่อมีงานอะไรเข้ามา เราจึงให้ผ่านหมด มีงานชิ้นหนึ่ง มันเป็นงานที่เอามาจากinternet คือเขาไม่ได้คิดเอง เรื่องนี้บอกอยุ่หลายอย่าง คือ หนึ่งเราไม่มีความชัดเจนในการจ่ายงานให้เขา เราไม่ได้ย้ำว่าห้ามลอก สอง เขาไม่ตั้งใจทำ เพราะไฟมันหมด เพราะหัวหน้าซึ่งก็คือเรามันห่วย ความจริงเราก็ไม่ได้ให้ผ่านนะ ถ้าจำไม่ผิด แต่มันก็บ่งบอกอะไรหลายอย่าง อีกอย่างที่เรานึกขึ้นมาได้ ถ้าหากย้อนกลับไปได้ เราจะไปคุยกับเขาเอง เพราะว่า เราได้บอกไปแต่ต้นว่า ใครอยากส่งงานก็ส่ง ถ้าใครไม่ว่างจริงๆจะเว้นไม่ส่งก็ได้ และหลังๆคนที่ส่งมาก็น้อยลง การที่เขายังส่งแสดงว่าเขายังมีใจให้(พูดอย่างกับมีความรัก) สรุปว่า เราเป็นหัวหน้าที่ห่วยมาก
.................................
ช่วงสอบที่ผ่านมา อยู่ๆเราก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เวลามันผ่านมาหลายปี
เราโตขึ้น มีมุมมองที่กว้างขึ้น เรารุ้ว่าเราผิดตรงไหน ควรแก้อะไร จะพัฒนาอย่างไร เราได้ทำหนังสือหลายเล่มมากขึ้นและผ่านอะไรหลายอย่างมากมาย ความล้มเหลวครั้งนี้มีค่ามหาศาล
แต่ทว่า........คิดถึงทีไรเราก็ยังเสียใจ
หลังจากที่หนังสือพิมพ์ฉบับแรกออกไป เราได้พบกับผ.อ. ท่านเรียกเราเข้าไปชม
มันเป็นวันที่เราคงจะจำไปจนตาย แต่หลังจากนั้น.......ถ้าเราเป็นผ.อ.เราคงผิดหวัง 555555 คิดถึงทีไรก็ให้เจ็บจี๊ดขึ้นมายังไงไม่รู้
ยิ่งกว่ารักเขาข้างเดียวอีก 5555
เรามีเรื่องที่อยากพูดอยู่หลายเรื่อง
อย่างแรก
เราขอขอบคุณอาร์ตเวิร์คของเรา เราได้สนิทกะพวกแกเพราะทำงานนี้ หลังจากทีได้คลุกคลีกะพวกแกแล้ว เราว่าพวกแกเอาใจมาใส่ในงานนี้มากกว่าเราอีก ทำให้เราละอายและอยากจะแก้ไข แต่ในตอนนั้นเรารุ้ตัวเมื่อสาย มันไม่ทันแล้ว เราขอขอบคุณเพื่อนในกลุ่ม(ที่ห้อง) พวกแกอาจจะไม่ได้อยากทำหนังสือพิมพ์กันทุกคน แต่เพราะเราเป็นheadพวกแกเลยอยากช่วย เราทำให้พวกแกลำบากมากจริงๆ เราขอขอบคุณ staff และก็ขอโทษที่เราไม่อาจทำให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงานได้ เราเป็นหัวหน้าที่แย่มากจริงๆ ความจริงเขียนไปคงไม่มีคนได้อ่านหรอก แต่ก็อยากเขียน เผื่อว่าวันนึงมีคนหลงเข้ามา 5555 เราอาจจำชื่อทุกคนไม่ได้ครบ แต่ทุกคนอยู่ในความทรงจำเรานะ เราขอขอบคุณ ก.น. เตรียมฯ 47 รักพวกแก และที่สำคัญ พี่แก๊บ เหอๆๆๆ ความจริงเคยถามพี่แก๊บว่าเสียใจไหมที่เลือกเรา พี่บอกว่าไม่ แต่หนูคิดว่า พี่คงคิดว่างานมันสามารถออกมาดีกว่านี้ได้ ทำไมมันได้แค่นี้ล่ะ ? พี่เจ็บใจไหม อยากแก้มั้ย? จริงๆแล้วนี่เป็น entry ล่อพี่แก๊บโดยเฉพาะ
เราทนไม่ไหวแล้ว แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า ชั่วชีวิตจากนี้ไป อย่าว่าแต่หนังสือพิมพ์เลย หนังสือเล็กๆน้อยๆอื่นๆเราคงไม่มีโอกาสแล้ว ดังนั้น ถ้ามันจะเจ็บจนทนไม่ไหว และอยากจะแก้ไข ถ้าจะแก้มันก็ต้องตอนนี้ ก่อนจะแก่ไปมากกว่านี้ นี่จึงเป็นเอนทรี่ล่อพี่แก๊บ และถ้าให้ดี อยากล่อ staff และ ก.น. คนอื่นๆ มาสนอง need ของเรา ที่เราจะพูดก็คือว่า เราจะมอมน้องก.น.รุ่นใหม่สักคนให้อยากทำหนังสือพิมพ์
และ ถึงแม้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายน้อง เพราะตอนนี้เราเป็นแค่ศิษย์เก่าแล้ว แต่เรามีประสบการณ์(ล้มเหลว)มาก่อน ดังนั้นเรารุ้ดีว่าอะไรไม่ควรทำ 55555 และหากโครงการไม่ผ่าน เพราะมีพี่รุ่นหนึ่งเคยทำมาแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เราก็จะไปคุยกะ อ. เอง ไม่ว่าจะ อ. คนไหนก็ตาม เพราะตอนนี้เราทนไม่ไหวแล้ว ไม่อยากแก่ตายไปพร้อมกับความรู้สึกเสียใจนี้ และอีกเหตุผลหนึ่ง โรงเรียนใหญ่ๆส่วนใหญ่ก็มีหนังสือพิมพ์ภายในโรงเรียน
วันก่อน น้องประธานหนังสือพิมพ์โรงเรียนสวนกุหลาบก็มาปรึกษาเรา มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราหวนคิดขึ้นมาว่า "ทำไมเตรียมฯไม่มีหนังสือพิมพ์" เหตุผลจะอะไรเสียอีกล่ะ ก็เราน่ะแหละทำให้ไม่มี ความห่วยของเราเอง
ถ้าเพราะเราทำให้เตรียมฯไม่มีหนังสือพิมพ์ทั้งๆที่โรงเรียนใหญ่ๆทุกโรงเรียนเค้ามีกัน
อย่างนี้ทนได้ไง เราไม่ยอมให้เตรียมฯน้อยหน้า(555) อันนี้จริงจังนะ ในเมื่อโรงเรียนอื่นๆเขามีกัน เตรียมฯเราก็ควรจะต้องมีบ้าง
สมมติว่าเราไม่เคยเป็นก.น.หรืออะไรเลย เราก็ยังคิดว่าเตรียมฯควรมี ดังนั้น เราจึงอยากถามว่า มีใครสนใจช่วยเรามั่ง
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขียนเอนทรี่นี้ อยา July 21 AeY's reTUrnวันนี้วันดี แฮะ เราคิดอะไรได้ขึ้นมาอย่างหนึ่ง สำหรับคำว่าเพื่อนนั้น คนเรามักใฝ่หาเพื่อนแท้อยู่เสมอ คำก็ว่า เพื่อนกันหาง่าย อีกคำว่า เพื่อนตายหายาก ก็จริง แต่ว่า เราลืมคิดกันไปอย่างหนึ่งว่า เมื่อเราได้เพื่อนมาเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนแท้ของเรานั้นได้เพื่อนแท้ตอบกลับไปหรือไม่ นั่นหมายความว่า ก่อนที่เราจะได้เพื่อนแท้มานั้น เราพร้อมจะเป็นเพื่อนแท้ของใครหรือยัง ----------------------------- เราหาเพื่อนแท้อยู่ตลอดเวลา ค้นว่าคนนี้ใช่เพื่อนแท้ของเราหรือไม่ ดูพฤติกรรมว่าคนนั้นจริงใจไหม แล้วพบสุดท้ายว่าเรานี่แหละคือเพื่อนกิน (ข้างบนนี่เป็นกลอนรึเปล่าหว่า เราแค่เขียนๆไป บังเอิญคล้องกัน) พอคิดอย่างนี้ เราก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ในหมู่คนที่ผ่านเข้ามา แล้วผ่านออกไปในชีวิต ทั้งคนที่ได้มีโอกาสรู้จักกัน ทักทายกัน หรือแค่เห็นหน้าว่านั่งตรงข้ามในBTS มีหลายครั้งที่เราพบคนที่ทำกิริยาไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเรา เราโกรธบ้าง โมโหบ้าง เราเองไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล(แม้จะไม่มีบ้างบางครั้ง ฮ่าๆ) เพราะฉะนั้น ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจะคิดพิจารณาตามเหตุผล ว่าใครผิดใครถูก ครั้งไหนเราพบว่า คนนั้นผิด เราไม่รู้สึกผิดที่จะโกรธเขา แล้วเราก็คิดว่าเรานี่ล่ะถูกเสียเต็มประตู แต่ความจริงแล้ว เรื่องที่ทะเลาะกัน เรื่องที่ทำให้โกรธกัน อาจเป็นเพียงตัวจุดชนวน ไม่ใช่เชื้อเพลิงสักหน่อย เหตุการณ์นั้นเราอาจถูก แต่เราลืมคิดเหตุผลไปว่า แล้วทำไมเขาถึงทำผิดอย่างนั้น บางที เราก็แค่บังเอิญไปฝ่ายถูกกระทำในเรื่องที่ทำให้โกรธกัน แต่ก่อนหน้านั้น เราอาจกระทำเขามากมายโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยก็ได้ ---------------------------------------------- ณ เวลานั้นเราคิดถึงคนหลายๆคนที่เคยได้พบ เราทำอะไรไม่ดีไปบ้างไหม ในหมู่คนที่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเรา เราทำอะไรให้เขาช้ำใจจนอยากทะเลาะกะเราบ้าง แล้วในหมู่คนที่เรายังดีกับเขาอยู่ เรายังดีกันอยู่ เจอหน้าทักทาย เราได้ทำอะไรที่ทิ้งเชื้อไฟไว้บ้าง เราได้ทำอะไรไปบ้าง ------------------------------ ปัญหาใหญ่กว่านั้นยังมี อะไรล่ะคือสิ่งที่ทำให้เกิดเชื้อไฟ อะไรคือพฤติกรรมอันอภัยไม่ได้ ---------------------------- วันนี้ดาร์คหน่อย อีกแย้ว ฮ่าๆๆๆ แต่ดาร์คในแง่ดี มีสาระ เอ้า ชื่อเราวันนี้มาจาก cat returns หนังดีของ ghibli ตอนนี้ซีเวียร์แล้วสิ ต้องไปอาบน้ำ และ อ่านหนังสือ moore ก่อนแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ บะบายๆๆๆๆ July 10 ท่าทางว่าเราจะโรคจิตแฮะหลังจากไปค่ายมา ค่ายที่ว่านี้ เราไปในฐานะstaff ส่วนเพื่อนๆ ไปในฐานะstaffจำเป็น เราต้องขอบคุณเพื่อนๆมากๆ ทั้งที่เพื่อนๆเสียเงินมาค่าย แต่ดันต้องมาช่วยงานเอ้ แง้ๆๆๆๆ (เงินก็เสีย แถมต้องทำงานอีก) ขอบพระคุณมากๆก้า (แต่เราไปค่ายเราก็เสียเงินนะ) ยังไงก็ขอขอบคุณเพื่อนๆอีกครั้งนะ เราจะบอกว่า สำหรับนักทำงานnightมืออาชีพ มันอาจจะดูแอบแป้กนิดหน่อย แต่เราว่ามัน ok เลย เพราะค่ายนี้มันไม่เหมือนค่ายปกติทั่วไป ปกติแล้วงานnightก็ไม่ได้คึกคักมากนักอยู่แล้ว และงานครั้งนี้ก็มีอุปสรรคมากมาย ทั้งที่เกิดจากพวกเราเองและไม่ใช่ นั่นหมายความว่าเรามีหลายสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เข้ามาขัดขวางเราอยู่ ดังนั้น เราขอถือว่ามันเป็นงานที่ออกมาประสบความสำเร็จ ขอบคุณทุกคนนะ ------------------------------- ว่าแต่ ทำไมเราถึงไม่ค่อยรู้จักสเปซของเพื่อนๆในคณะนะ รู้สึกว่าจะทำสเปซกันมากมาย ----------------------------- ต่อไปนี้เป็นเรื่องน้ำเน่าของเอ้ ช่วงนี้นึกถึงคำพูดที่ชวนให้เจ็บปวดหัวใจอยู่ประโยคหนึ่ง ท่านคงกำลังคิดว่า อ่ะ น้ำหน้าอย่างไอเอ้มันมีความรักกะเขาด้วยเหรอ - - เอาเหอะ คือว่า เราก็ชอบคนคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถึงกะชอบ (เอ๊ะ ยังไง) ทีนี้ เพื่อนเราก็ได้บังเอิญไปรู้ว่าเขาเคยชอบใคร ชอบคนแบบไหน และก็มาบอกเล่าให้เราฟัง " แก สงสัยลำบากหน่อย สเปคมันสูงอยู่ " ปกติแล้วเวลาที่เราชอบใครเราจะรูดซิปปากสนิท และก็ปล่อยให้มันผ่านไป ผ่านไป แล้วก็เงียบเชียบ จะมีคนรู้ก็คือ คนที่เกี่ยวข้องจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เราบอกคนอื่น ทีนี้ ประโยคแบบนี้เราเลยได้ยินเป็นครั้งแรก แล้วก็เลยนึกขึ้นได้เป็นครั้งแรกว่า อะไรเป็นเส้นแบ่งของสเป็คสูงไม่สูง ถ้าวิเคราะห์ตามคำพูดของเพื่อน เธอคนนั้น ซึ่งก็น่ารักจริงๆ (เรายังชอบเค้าเลย) ก็สมควรที่จะได้รับคำว่า "สูง" ในทางตรงกันข้าม ความหมายอีกอย่างของประโยคนี้ เธอคนนี้ ซึ่งก็คือเรา ก็สมควรที่จะได้รับคำว่า "ต่ำ" ที่ไม่ได้หมายถึงส่วนสูง ------- ในชีวิตนี้ ถึงเราจะไม่ใช่แม่พระผู้ประเสริฐ แต่เราก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่เคยฆ่าใครตาย เราเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ในชีวิตคนเรานั้น เมื่อถึงวัยที่มองหาใครสักคน คนเราต้องการอะไร ไอ้อะไรที่ว่านั้น คือสิ่งที่จะมาเป็นมาตรฐานของคำว่าสูงไม่สูงหรือเปล่า แล้วนั่นคือมาตรฐานที่เราควรจะมีใช่หรือไม่ เรารู้สึกทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่เพราะความรู้สึกรักใคร่ชอบพอใดใดทั้งสิ้น เราไม่ได้น้ำเน่าขนาดนั้น และเราก็ยังไม่ได้ชอบคนคนนั้นขนาดจะมาร้องห่มร้องไห้ เราแค่ถึงความต่ำต้อยด้อยค่าในตัวเอง ที่อุตส่าห์ทำเป็นลืมไว้ได้นานปี ฟุ้งกระจายเต็มไปหมดในความรุ้สึกของเราตอนนี้ ------------------------------------------- เอาเป็นว่า ไว้เราจะไปmodifyตัวเองละกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ June 28 ขึ้นblogใหม่ซะแล้ว แง้วๆๆๆเฮ้อ หลังจากที่เราไม่ได้เขียนบล็อคไปเสียนาน จนเกือบจะลืมบล็อคตัวเองไปเสียแล้ว เราก็ไปพบรวมลิ้งค์ของเหล่าเพื่อนๆ RA42 อันนี้บอกไว้ก่อนว่า ไม่ใช่ว่าอายที่คนอื่นเขาเขียนบล็อคกันได้ทำไมเราทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะคนอื่นๆมันก็ค้างบล็อคไว้กันอย่างนั้น นานนนนนทีจะเขียน เราเลยรู้สึกว่า อืม มันก็ไม่น่าอายนะถ้าจะเขียนๆค้างๆ ทำนองว่ามีเพื่อนดอง แต่เอาเป็นว่าเราจะพยายามเขียนให้มันต่อเนื่องขึ้น เรื่องแรก เราเศร้าเหลือเกินอ่ะ เพื่อนๆ เราพบว่าเราพลาด cd และ dvd ของ Dir en grey วงสุดที่รักไปหลายชิ้น หลังจากที่เราต้องเตรียมตัวเอนท์ และหลงไปอยู่บ้านนอกมาเสียปีหนึ่ง เราเหมือนหลุดออกจากสารบบ แงๆๆๆๆ กูเศร้าาาาาา ของ limited edition ที่ปกติเราจะไม่เคยพลาด(เราเป็นเจ้าของcd/dvdหายากของวงนี้หลายแผ่น) เราก็พลาดดดดดด แถมพลาดแผ่นที่ไม่ควรพลาดสุดๆด้วย ไม่นะ อ้ากๆๆๆๆๆ เราอยากได้ๆๆๆๆๆ เราเลยไปดูของมือสองของแผ่นนี้มา พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ราคาปกซึ่งก็คือราคาเดิมของมัน สมมติว่า 1500 พันห้า แต่ราคามือสองตอนนี้พุ่งไป 5000 ห้าพัน อ่ะ......ถูกสุดๆที่เจอมาก็ 9800 เยน รวมค่าขนส่งเข้าไปก็เกือบสี่ซ้าห้าพัน ไม่น้าาาาา สิ่งที่ทรมานใจที่สุดอีกเรื่องคือ เหล่าเพื่อนชาวยุโรปที่ชอบ Dir en grey เหมือนกัน สมัยก่อนน่ะ (ออ สำหรับคนที่ไม่เคยเจอเราเล่าเรื่องdir ให้ฟัง คือวงนี้มันเป็นร็อคญี่ปุ่นนะ) พวกยุโรปนะ พอรู้ว่าเราเป็นเอเชีย ก็มาบอกอิจฉาๆ ได้ดู dir บ่อยๆล่ะสิ พอเราบอกไม่เคย เค้าก็บอกว่า แต่ก็มีโอกาสมากกว่าเค้า เพราะอย่างน้อยเราเป็นเอเชีย หลายปีผ่านไป กรรม เดี๋ยวนี้dir แม่งไปอยู่แต่ยุโรปกะอเมริกา ไม่นะๆๆๆๆ ฮือๆๆๆ ไอ้พวกที่เคยมาอิจฉาๆเรา ตอนนี้กลายเป็นเราอิจฉาพวกมัน ฮือๆๆๆๆ ไม่น้า เค้าอยากไปดูdir นะเฟ้ย ต้องไปร่วมคอนเสิร์ตสักครั้งก่อนตายให้ได้ ไม่นะๆๆๆๆ และ ท่านเอ้ก็ไม่ได้เอาแต่ร้องโวยวาย ตอนนี้เราเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่พอหรอก ต้องรออีกนาน เราจะเก็บเงินไปดูdir เรารับสอนพิเศษนะ ถ้าเพื่อนๆมีน้องอยากให้เราสอนก็บอกได้ เราเป็นคนดี น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ สอนดีด้วย เราจะเอาเงินไปเป็นทุนการศึกษาให้ตัวเองน่ะเพื่อนๆ ไม่ได้จะเอาไปใช้อย่างอื่นเลย ถ้าใครมีลูกหลานก็เอามาฝากนะ เออ ต่อ เราง่วงมากเลยพวกแก พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่ได้ผ่าgross เราตื่นเต้นมาก ที่สำคัญ หลังผ่าเสร็จเราต้องไปค่ายต่อเลย ที่สำคัญ เราต้องทำงานnightให้ค่ายนี้ ซึ่งก่อนขึ้นรถ เราต้องรอรับต้นกกที่จะเอาไปใช้ในงาน และไปซื้อน้ำผลไม้เอาไปทำน้ำพั้นช์กินกันในค่ายด้วย อืม มันคงเป็นวันที่ยุ่งมากๆ และดูเหมือนว่างานnightของเรา ยังคงมีอะไรขลุกขลักอยู่มากมาย แต่น่าแปลกที่เราไม่คิดว่ามันจะไม่ประสบความสำเร็จ นั่นเพราะเรามีบุคลากรชั้นยอดหลายท่าน เอาล่ะ อันนี้ต้องมาตามดูกันต่อไป อืมๆ |
|
||||
|
|